ค้นหา

เรื่องเก่าเล่าใหม่

มีของกินแล้วไม่กิน มันก็เน่า มีของเก่าแล้วไม่เล่า ก็ลืมหลง โบราณชี้บอกเช่นเห็นตรง ๆ ถ้าลืมหลงเสียเปล่าไม่เข้าการ

ปี

2016

ลูกท่านหลานเธอ ๓


ช่วงบุนนาคเจ้าคุณนวล และเจ้าจอมมารดาตานี

สองนารีผู้กระชับเกลียวสัมพันธ์

สกุลบุนนาค และบรมราชจักรีวงศ์

สกุลบุนมาคเป็นสกุลใหญ่ที่เก่าแก่และมีความเกี่ยวข้องกับ พระบรมราชจักรีวงศ์ตอนต้นอย่างแนบแน่น

ความเกี่ยวพัน อันแนบแน่นนี้ก่อให้เกิดอำนาจซึ่งสั่งสมสืบเนื่องกันมาหลายชั่วอายุจนกลายเป็นอิทธิพล

อิทธิพลสูงสุดทึ่สกุลบุนนาคมีต่อราชอาณาจักรไทยนั้นอยู่ในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัว บุคคลในสกุลบุนนาค ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคนี้คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ดำรงตรามหาสุริยมณฑล มีอำนาจบังคับบัญชาสิทธิ์ขาดราชการแผ่นดินทั้งในกรุงนอกกรุงทั่วพระราชอาณาจักร อ่านเพิ่มเติม “ลูกท่านหลานเธอ ๓”

หมอสูนคนดี ๑๒


ทุกข์สุขของลูกชาย

สมัคร หงษ์ทอง เข้าใจว่าถ่ายเมื่อไปเรียนกรุงเทพฯ
สมัคร หงษ์ทอง เข้าใจว่าถ่ายเมื่อไปเรียนกรุงเทพฯ

ฝ่ายหนูม้วนเมื่อไปเรียนที่โรงเรียนโดยตรงไม่ได้ ความที่มีใจอยากจะเรียน ก็แอบเรียนหนังสือ

กับลูกครูคริสต์เพราะบ้านอยู่ติดๆ กัน เขาก็ยินดี สอนให้ด้วยความเอ็นดู กระทั่งอ่านออกเขียนได้ ปรากฏว่าหนูม้วนลายมือสวยมาก จนใครเห็นใครชม

เมื่อออกเรือนกับหมอสูนแล้ว แม่ม้วนก็เป็นภรรยาที่ดี และเป็นแม่ที่ดี แม่ม้วนแม้จะเป็นคนต่างจังหวัดแต่

ก็รู้จักแต่งตัวให้เหมาะสมัย ถึงไม่หรูหรา ก็ดูงามสง่าเป็นที่ยกย่องของผู้ที่ได้คบหาสมาคม เวลาหลานๆ ซื้อผ้า นึกแบบไม่ออกว่าควรตัดอย่างไร ทำปกอย่างไหน เล็กใหญ่เพียงใด มาปรึกษาแม่ม้วน แม่ม้วนก็รู้จักแนะนำออกความเห็นจนช่างออกปากว่า แหม ใครนะช่างเลือก แบบให้มา แม่ม้วนรู้จักวางตัวให้ถูกกาละเทศะเสมอ จะเข้ากับเด็กก็ได้ เข้ากับ ผู้ลากมากดีก็ได้ไม่เคอะเขิน จึงนับได้ว่าหมอสูนทำบุญมาดี จึงได้คู่ครองที่ดี อ่านเพิ่มเติม “หมอสูนคนดี ๑๒”

ลูกท่านหลานเธอ ๒


พระเจ้าตากชีวิตพิศวงของ เจ้าหญิงปราง

“เจ้าจอม” ในพระเจ้าตาก

หลักฐานประวัติศาสตร์ที่บันทึกเหตุการณ์ในรัชสมัยสมเค็จหระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนมากจะเป็นเรื่อง

ราวที่เกี่ยวกับการศึกการสงคราม

พระองค์เองก็ทรงได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ชาตินักรบ เพราะตลอด ระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ๑๕ ปีนั้นบ้าน

เมืองยังมิได้อยู่ในสภาพ เรียบร้อยเป็นปกติ ภายในยังคงแตกแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ส่วน ภายนอกนั้นเล่าประเทศเพื่อนบ้านก็คอยแต่จะซ้ำเติมเมื่อมีโอกาส ดังนั้น ตลอดรัชสมัยของพระองค์จึงต้องทรงทำศึกทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรมิได้ว่างเว้น ด้วยเหตุนี้ชีวิตส่วนพระองค์ในพระราชสำนักมิใคร่จะมีหลักฐานหรือการกล่าวถึง อ่านเพิ่มเติม “ลูกท่านหลานเธอ ๒”

นิทานโบราณคดี นิทานที่ ๒๐


เรื่องจับช้าง (ภาคต้น)

ตำนานการจับช้าง

(๑)

ในตำราวิชาก่อนประวัติศาสตร์ว่าเดิมช้างมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

 ใบโลก แม้จนในยุโรปก็มีช้างมาก ครั้นถึงยุคอันหนึ่งในภูมิกาลอากาศ ทางข้างฝ่ายเหนือโลกผันแปรหนาวจัดขึ้น เกิดน้ำแข็งเป็นเทือกใหญ่ไหลรุก

จับช้างแผ่นดินลงมาข้างใต้เสมอทุกปีอยู่ตลอดเวลาช้านาน ในตำราเรียกนามสมัยนั้น ว่า “สมัยเทือกน้ำแข็ง” (Glacial Period)ทำให้โลกตอนใต้ลงมาอันเคยอบอุ่น เป็นปรกติมาแต่ก่อนหนาวจัดจนสัตว์ต่างๆ บางจำพวก เข่นราชสีห์และเสือช้าง เป็นต้น ซึ่งเคยอยู่ในที่ตอนนั้นทนหนาวไม่ไหวต้องพากันทิ้งฐานเดิมหนีลงมา อยู่ทางที่อุ่นใกล้กลางโลก (Equator) ที่ไม่สามารถจะมาได้ ก็ล้มตายสูญพืชพันธุ์ไปในถิ่นเดิม นานมาคนไปขุดพบซากจมอยู่ในแผ่นดิน จึงได้รู้ว่าทางข้างเหนือ เคยมีสัตว์จำพวกนั้นอยู่แต่ก่อน อ่านเพิ่มเติม “นิทานโบราณคดี นิทานที่ ๒๐”

หมอสูนคนดี ๑๐ – ๑๑


รู้ธาตุรู้ทาง

 “วิธีนี้จึงเปรียบเหมือนตัดเสื้อสำเร็จรูปไว้มาก ๆ ใครต้องการซื้อก็นำมาลองดู ใส่หมายเลขไหนพอดีก็ซื้อไป อาจจะไม่เข้ากับทรวดทรงทุกส่วนสัดก็ได้” ลุงสมัครเปรียบเทียบ

“แต่พ่อคิดเห็นว่ายาเหล่านั้นเป็นของตายตัวสำหรับหมอที่ปรุงเองไม่ได้ ย่อมยากที่จะตรงกับโรคที่มีอาการอื่นแทรก เช่นคนไข้สองคนเป็นไข้เหมือนกัน แต่คนหนึ่งปวดศีรษะมาก อีกคนหนึ่งไอมาก เช่นนี้จะกินยาหม้อเดียวกันย่อมไม่ถูก เพราะโรคที่แทรกเข้ามาไม่เหมือนกัน พ่อจึงคิดหาวิธีศึกษาสรรพคุณของ เครื่องยาแต่ละอย่างว่าอย่างไหนแก้อะไร เมื่อรู้จักแล้วก็ปรุงเองได้ ไม่ต้องกอดตำราอย่างวางไม่ลง เช่นจะให้คนไข้ที่ปวดศีรษะ ก็ปรุงตัวยาแก้ไข้ ตัวยาแก้โลหิตฉีดขึ้นเบื้องสูง, ถ้าจะให้คนไข้ที่ไอ ก็ปรุงตัวยาแก้ไข้ ตัวยาแก้คอแห้ง ตัวยาล้างเสมหะ เช่นนี้เป็นตัน วิธีนี้เปรียบเหมือนวัดตัวคนซื้อก่อน แล้วจึงเลือกแบบตัดเย็บให้เข้ารูปคนซื้อ”   อ่านเพิ่มเติม “หมอสูนคนดี ๑๐ – ๑๑”

แม่ครัวหัวป่าก์


บริเฉท ๘

เครื่องว่าง

(ต่อบริเฉท ๘ ในเล่ม ๑)

“หมื่นไวยว่าถ้าพี่แพ้เจ้าจริง จะให้ผู้หญิงเขาทำขนมให้ พี่จะเลี้ยงขนมเบื้องมิให้เคืองใจ ว่าแล้วสั่งไปด้วยทันที สร้อยฟ้าศรีมาลาว่าเจ้าคะ ตั้งกระทะก่อไฟอยู่อึงมี่ ข้าไทยวิ่งไขว่ไปทันที ขัดสีกระทะยุ่งกุ้งสับไป ศรีมาลาก็ละเลงแต่บาง ๆ แซะใส่จานพานวางออกไปให้ สร้อยฟ้าเทราดแซะขาดไปขัดใจแม่ก็ปามลงเต็มที่ พลายชุมพลจึงว่าพี่สร้อยฟ้า ทำขนมเบื้องหนา เหมือนแป้งจี่ พลายงามร้องว่ามันหนาดี ทองประศรีว่าเหวยกูไม่เคยพบ อีลาวทำขนมเบื้องผิดเมืองไทย แผ่นพ่อยนี่กระไรดังต้มกบ แซะม้วนเข้ามาเท่าขาทบ พลายชุมพลดิ้นหรบหัวเราะไป ศรีมาลาก็ชายในตาดู ข้าไทยเป็นหมู่ไม่นิ่งได้ อีไหมร้องว้ายค่อยอายใจ ลืมไปคิดว่าทำขนมครก ชุมพลร้องแซ่แก้ไม่รู้สิ้น นานไปก็จะปลิ้นเป็นห่อหมก สร้อยฟ้าตัวสั่นโกรธงันงก แป้งหกต่อยกระทะผละเข้าเรือน” แต่เสภา อ่านเพิ่มเติม “แม่ครัวหัวป่าก์”

ภาพงามของความหลัง ๑


พระพุทธเจ้าทรงเสวยพระกระยาหารระหว่างทางประพาสต้น
พระพุทธเจ้าทรงเสวยพระกระยาหารระหว่างทางประพาสต้น

เสด็จประพาสต้น

เมองไทยของเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ป็นร่มเศียรเกล้าของชาวอาณาราษฎรสืบต่อกันมา

หลายร้อยปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถานการณ์ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวกับ คนไทยนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมหาราชนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับราษฎรเป็นไปอย่าง กลมเกลียว ด้วยทรงเริ่มต้นธรรมเนียมใหม่ขึ้นอย่างหนึ่งคือ ธรรมเนียม ‘เสด็จประพาสต้น’ อ่านเพิ่มเติม “ภาพงามของความหลัง ๑”

ลูกท่านหลานเธอ ๑


พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงร้บเจ้าจอมแว่น ธิดาขุนนางเวียงจันท์มาเป็นข้าบาทบริจาริกา ตั้งแต่ดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ดรั้งยกทัพไปตีเวียงจันท์ เมื่อ พ ศ. ๒๓๒๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงร้บเจ้าจอมแว่น ธิดาขุนนางเวียงจันท์มาเป็นข้าบาทบริจาริกา ตั้งแต่ดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ดรั้งยกทัพไปตีเวียงจันท์ เมื่อ พ ศ. ๒๓๒๑

เจ้าจอมแว่นในพระพุทธยอคฟ้าฯ มาจากเวียงจันท์

ตามกฎมนเทียรบาลสมัยโบราณที่ปรากฎในกฎหมายตราสามดวงกำหนดชั้นพระมเหสีเทวีไว้ ๔ ชั้น คือ สมเด็จพระ อัครมเหสี แม่อยั่วเมือง พระอัครชายา และพระสนมหรือที่ เรียกว่าเจ้าจอม

พระมเหสีเทวีชั้นต่างๆ นี้ มีทั้งสตรีที่เป็นที่เชื้อพระวงศ์ ธิดาเจ้า ประเทศราช ธิดาข้าราชการ สตรีสามัญที่ได้รับเลือกเป็นสนมหรีอเจ้า จอมอาจจำแนกเป็น ๒ พวก คือ

พวกแรก เกิดจากความพอพระทัยส่วนพระองศ์ เช่น มีความงามต้องพระเนตร หรือมีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใดต้องพระ ราชอัธยาศัย อีกพวกหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองหรือผล ประโยชน์อื่น อ่านเพิ่มเติม “ลูกท่านหลานเธอ ๑”

“พระตำหนักคำหยาด”ที่ปลีกวิเวกของกษัตริย์ผู้ไม่พิสมัยในราชบัลลังก์!


คำหยาด

พระตำหนักคำหยาด

ราชบัลลังก์ ย่อมเป็นที่ปรารถนาของคนที่มีวาสนาอาจไขว่คว้าได้ถึง แม้จะต้องเข่นฆ่ากันระหว่างพี่กับน้อง พ่อกับลูก ก็เคยมีมาแล้วในอดีต

แต่ก็มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา แม้จะขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้องตามราชประเพณี แต่เมื่อ

ทรงทราบว่า มีคนอื่นอยากได้จนตัวสั่น ก็ยอมสละให้แต่โดยดีขณะที่ครองราชบัลลังก์มาได้เพียง ๑๐ วัน ด้วยมีพระราชประสงค์จะหาความสงบสุขทางใจมากกว่าพระราชอำนาจบนราชบัลลังก์ อ่านเพิ่มเติม ““พระตำหนักคำหยาด”ที่ปลีกวิเวกของกษัตริย์ผู้ไม่พิสมัยในราชบัลลังก์!”

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

ขึ้น ↑

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น