ชีวิตพักผ่อนนอกเมืองเป็นชีวิตที่ผมสบายใจ และเป็นสุขอย่างที่สุด เพราะชีวิตของผมไม่ชอบ
งานสังคมในเมือง ชีวิตพักผ่อนกลางทุ่งที่ไม่ต้อง มีพิธีรีตองอะไร อาหารการกินก็ปรุงขึ้นง่ายๆ อากาศก็บริสุทธิ์ แต่ นั่นแหละ ชีวิตของคนเราก็มีชอบอย่างโน้นบ้างอย่างนี้บ้าง ตามแต่หัวใจ ของแต่ละคนว่าจะชอบอย่างไหน แต่ชีวิตแบบลูกทุ่งที่ผมชอบนั้น นับวันจะห่างไกลและเสื่อมสูญไปทุกที เพราะบ้านเมืองขยายออกไป ไม่มีที่สิ้นสุด สภาพทุ่งนาป่าเขาก็จะต้องกลายเป็นเมือง ฉะนั้นใครที่ ชอบชีวิตลูกทุ่งอย่างผมว่า ก็พยายามตักตวงความสุขแบบนี้เอาไว้เถิด

โรงสีฝรั่ง (โรงสีลม และโรงสีไฟ
หลักฐานเก่าสุดที่พบ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. ๒๒๓๐ (โรงสีลม) และสมัย ร.๔ พ.ศ.
๒๔๐๑ (โรงสีไฟ) หลักฐานเรื่องโรงสีแบบฝรั่งเก่าสุดที่พบ ปรากฏในหนังสือ “จดหมายเหตุ ลาลูแบร์” เล่ม ๑ ฉบับที่แปลโดย สันต์ ท. โกมลบุตร หน้า ๗๔ ขอให้ดูในบทที่ ๗ ว่าด้วยเมล็ดพืชของประเทศสยาม ข้อ ๔ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสจากราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ผู้เข้ามาเจริญ สัมพันธไมตรีกับไทย มาอยู่กรุงศรีอยุธยา ๓ เดือน ๖ วัน (๒๗ กันยายน ค.ศ. ๑๖๘๗ หรือ พ.ศ. ๒๒๓๐ ถึง ๓ มกราคม ค.ศ. ๑๖๘๘หรือ พ.ศ. ๒๒๓๑)ได้เขียนถึงเรื่องเมืองไทยไว้อย่างละเอียดลออลาลูแบร์กล่าวไว้ว่าในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดิน อ่านเพิ่มเติม “แรกมีในสยาม ๑”
จับปลาไหลด้วยมือเปล่าในโคลน
ชีวิตผมเมื่อเด็ก ๆ สนุกจังครับ ของเล่นของเด็กสมัย
ก่อนไม่มีมากเหมือนเด็กสมัยนี้ สมัยก่อนเล่นได้ของ สมัยนี้
เล่นเปลืองเงินมากกว่ากันชีวิตเด็กสมัยผมเล่นกับธรรมชาติ จับกุ้งจับปลา ซึ่งเด็กสมัยนี้ ถึงอยากเล่นก็ไม่มืทางจะได้เล่นอย่างคนรุ่นผมอีกแล้ว เพราะสิ่งแวดล้อม ได้เปลี่ยนไป กุ้งปลาสมัยนี้ก็ร่อยหรอลงไป จนเด็กสมัยนี้ไม่มีโอกาส จะได้เล่นอย่างเด็กรุ่นผม นี่แหละความเจริญ
บริเฉท ๘
เครื่องว่าง
(ต่อบริเฉท ๔ในเล่ม ๒)
“พวกวิเลศสับสนอลแม่าน บ้างจัดแจงเจียนตองรองจาน เทียมของคาวหวานครบครัน แล้วยกไปเลี้ยง
โยธา บ้างเลี้ยงเหล่าเสนากิดาหยัน บ้างยกเครื่องปันหยีนั้น มาตั้งในพระโรงคัลทันใด”
“กิดาหยันก็ยกเครื่องเสวย มาเลี้ยงเหล่าเชลยถ้วนหน้า แล้วเลี้ยงหมู่อำมาตย์มาตยา กับพวกโยธาทั้งนั้น”
พระราชนิพนธ์อิเหนา
“หม่อมเอ๋ยน้องไม่เคยจะกินราก มันคันปากแสบลิ้นจะกินฝัก แบ่งปันมาให้ด้วยใจรัก หม่อมผัวแดชัก
เชิญมากิน ของอยู่ในน้ำพี่ดำได้ ป้อนส่งจงใจให้เจ้าสิ้น วิเสศดีมีรสหมดมลทิน กลัวจะอยากติดลิ้นว่ามีรส มีมัวหัวเดียวมาให้ข้า ถ้าว่าอีกหัวทั่วกันหมด หม่อมดำคลำขึ้นมาชื่นรส จะนิ่งอดดูปากลำบากกาย เออ กระนั้นพี่จะดำลงไปเอา เจ้าเด็ดแต่ฝักหักง่ายๆ หยอกนางพลางซวนยวนสบาย อร่อยรสราวกับสายน้ำผึ้งตาล หวานบัวแล้วทั้งยั่วกำกับเวท วิเศษส่งรสอร่อยหวาน ชวนนางย่างย่องจากท้องธาร แสนสำราญรุกขซาติดาษดา”
คำบอกเล่าทั้งหมดนับจากนี้ไปผู้ที่ได้กรุณาเล่าให้ฟังยังมีชีวิตอยู่ และเป็นบุคคลเดียวที่ติดตามรับใช้
ใกล้ชิดหลวงปู่สรวงมานานแล้วอย่างน้อยๆก็ 30 ปีโน่นแหละที่ท่านได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่สรวง จนแม้กระทั่งวันหลวงปู่มรณภาพคุณลุงท่านนี้ก็ไม่ได้ห่างจากหลวงปู่เลย
จึงนับได้ว่าคุณลุงท่านนี้เป็นผู้ที่รู้เรื่องราวต่างๆของหลวงปู่สรวงมากที่สุด ,ละเอียดที่สุด ,จริงที่สุดอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆในความน่าเชื่อถืออันเกี่ยวเนื่องไปถึงข้อมูล และประวัติของหลวงปู่สรวง
หากจะมีการกล่าวถึงหลวงปู่สรวง ก็นับได้ว่าข้อมูลจากคุณลุงท่านนี้น่าเชื่อถือที่สุดมากว่าผู้ใดทั้งสิ้น อ่านเพิ่มเติม “หลวงปู่สรวง…กับอภินิหารอัศจรรย์”
อาหารแก้ร้อนขนานใหม่
ท่ามกลางอากาศอ้าวอับก่อนฝนจะตก – ซึ่งเป็นภาวะที่แสนจะทารุณนั้น ผมได้มีโอกาสชิมของหวาน
จำพวกเครื่องดื่ม -ใหม่อย่างหนึ่ง ซึ่งตามหลังน้ำกะทกรก – ฝรั่งมาติด ๆ – ในลักษณะของ น้ำว่านหางจระเข้กระป๋อง รสหวาน ปะแล่มๆ มีกลิ่นของว่านหางจระเข้นิดๆ มีเนื้อใสๆกรุบๆคล้ายลูกแมงลัก
ผมเคยรู้จักว่านหางจระเข้ในรูปแผ่นแห้งบาง ๆ เป็นของที่ส่งมาจากเมืองจีน ในรูปของ”แฮร์ครีม” ผู้หญิง
จีนสมัยเมื่อ ๕๐ ปีก่อนเขาเอาแผ่น “ล่าเต๊า” นี้มาแช่น้ำ จะเกิดยางเหนียวๆเป็นเมือก ผู้หญิงจีนนำเอาน้ำยางนี้มาลูบไล้ปีกผมให้เปียก จะจับผมเป็นแผ่น ผมเคยนำยางของมันมาทดลองใส่ผม ปรากฏว่าผมติดกันเป็นแผ่นคล้ายถูกน้ำข้าว ครั้นตอนผมแห้งจะมีละอองคราบสีขาวเต็มหัว หางจระเข้ในทางสมุนไพรไทย เราใช้หางจระเข้ (เปลือก) ไปเคี่ยวเป็นยาระบาย เข้ากับยาไทยเกือบทุกขนาน ซึ่งเรียกกันคุ้นปากว่า “ยาดำ”
บัดนี้มีเครื่องประทินผิวของฝรั่งหลายยี่ห้ออ้างว่ามีส่วนผสมของว่านหางจระเข้อยู่ด้วย ขายกันแพร่ใน
ยุโรป ขณะนี้มีผู้เอาว่านหางจระเข้ อ้างว่าเป็น พันธุ์เม็กซิกันมาปลูกแถวประจวบฯ เป็นการใหญ่แล้ว ผลิตเป็นเครื่องดื่มใส่กระป๋องออกมาคล้ายลูกแมงลัก รับประทานหวานปะแล่ม ๆ ไม่ถึงกับอร่อยจับจิตจับใจ แต่ก็ทำการผลิตเป็นการใหญ่ขึ้นมา
ผมชิมดูแล้ว จึงเล่าให้คุณๆทราบว่า อร่อยสู้น้ำสับปะรดไม่ได้ เพียงหวานเย็นๆ สรรพคุณมีแค่ไหนผมไม่ยืนยัน บอกได้เพียงว่า กว่าจะได้รับความนิยมจากคนดื่มคงหืดขึ้นคอ หมดค่าโฆษณากันแย่ไปเท่านั้นจ้ะ
กินหอยแมลงภู่
สมัยนี้หอยแมงภู่หรือหอยแมลงภู่ ดูจะมีบทบาทขึ้นภัตตาคาร อาหารทะเลมากกว่าสมัยก่อน ซึ่งไม่เคย
ยกย่องหอยแมลงภู่ถึงขนาดนี้ การจะกินหอยแมลงภู่ให้ถูกวิธี อยู่ที่จะกินเมื่อไรจึงค่อยดึงหนวดให้ หลุดออกพร้อมทั้งรากของมัน แปลว่า ถ้าดึงหนวดเมื่อไร หอยจะ ตายทันที การที่แม่ค้าหอยในตลาดดึงหนวดหอยออกก่อนขาย แปลว่า ทำให้มันตายแล้วนานๆกว่าจะลงหม้อ ดีไม่ดีท้องเสีย หรืออาจจะเสีย อย่างแรงที่เรียกกันว่า “ป่วง” ก็ได้
ฉะนั้นใครจะกินหอยสดจริง ๆ โปรดซื้อที่เขายังไม่ได้ดึงสายสะดือมา พอตอนจะกินจึงค่อยดึงออกและแช่ล้างถ่ายน้ำอีกสัก ๓-๔ ครั้ง แล้วจึงขึ้นวางบนกระชอนผึ่งไว้ และรีบปรุงอาหารทันที อย่าทิ้งไว้นานเกินไปเป็นอันขาด จะเสียรสจ้ะ
บริเฉท ๗
ผลไม้
(ต่อบริเฉท ๗ เล่ม ๒)
“อนึ่งเมื่อท่านมาถือฤาษีพรตในที่ไกลห่างมนุษย์พิไสย ไม่มีที่พิขาจารย์ อันย่อมแสวงหามูลผลาหาร ซึ่งเป็นของเกิดในป่าดงพงไพร ไม่มีใครหวงครองเป็นเจ้าของรักษานั้นๆ มาบริโภคฉันอยู่หรือ ข้าพเจ้าคาดการว่า ท่านจะถือเช่นนี้จึงอยู่ได้ ก็มันต่างๆ อย่างน้อยใหญ่ และรากไม้ที่ควรเป็น อาหาร และผลไม้ใหญ่น้อยมีตระการต่างๆ มีอยู่มากหาไม่ยากมีพอเก็บได้ ตลอดทั่วปีมีอยู่มากหรือเจ้าข้า”
พระราชนิพนธ์ ในรัชการที่ ๔ อ่านเพิ่มเติม “แม่ครัวหัวป่าก์”
สัตว์เล็ก เช่น ปลาเล็กปลาน้อย เขียด แม้แต่
กิ้งก่า แย้ ก็เป็นอาหารจำเป็นสำหรับคนท้องและ
เด็กอยู่ในวัยเจริญเติบโต ไม่จำเป็นต้องไปชื้อแคลเซี่ยมกิน
อย่างกับคนกรุง สัตว์ดังกล่าวได้ช่วยชีวิตคนไทยหลายภาคให้รอดพ้น
จากโรคกระดูกอ่อน หรือแม่ที่ให้นมลูก ฟันหลุดเพราะขาดแคลเซี่ยม
ในขณะให้นมลูกกิน เหตุนี้ท่านที่เป็นผู้ปกครองเด็กควรจะดัดแปลง
อาหารประเภทปลาเล็กปลาน้อยให้บุตรหลานในครอบครัวท่านกินเพื่อ
ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ (ไม่ใช่อะไรก็กินยาบำรุงๆๆๆ)






