ค้นหา

เรื่องเก่าเล่าใหม่

มีของกินแล้วไม่กิน มันก็เน่า มีของเก่าแล้วไม่เล่า ก็ลืมหลง โบราณชี้บอกเช่นเห็นตรง ๆ ถ้าลืมหลงเสียเปล่าไม่เข้าการ

ปี

2016

แม่ครัวหัวป่าก์ บริเฉท ๔ + บริเฉท ๕


บริเฉท ๔

กับข้าวของจาน

(ต่อมริเฉท ๕ในเล่ม ๒)

“ชุมพลเลื่อนขยับสำรับ ให้นั่งจาระไนกับข้าวทุกสิ่งสรรพ แกหมูฉู่ฉี่หมี่ทอดมัน ไข่จาระเม็ดห่อหมกทั้งจันลอน ไส้กรอกหมูแนมแกมทองหลาง ปลาดุกย่างกะปิคั่วใบบัวอ่อน แกงปลาไหลไก่พะแนงแกงร้อน ปลาโคกลครเขื่องคับปากจานดี

เสภาคำครุแจ้ง

๒๓ – พล่ากุ้งอย่างจีน – ๒๑๐

เครื่องปรุง- เนื้อกุ้งหนัก ๑๕ บาท ๒ สลึง น้ไส้มหนัก ๑ บาท น้ำปลาดีหนัก ๓ บาทเฟื้อง น้ำมะนาวหนัก ๓ บาสลึง ต้นขึ้นฉ่าย หนัก ๒ บาท หัวผักกาดสดหนัก ๒ บาท มะเฟืองหนัก ๕ บาทกับสลึง ต้นหอมสดหนัก ๒ บาท ใบสะระแหน่หนัก ๑ บาท กระเทียมดิบหนัก ๕ บาท พริกสดหนัก ๑ บาท งาตัดหนัก ๒ บาท ถั่วสิสงก้อนหนัก ๒ บาท เกลือหนัก ๑ สลึง อ่านเพิ่มเติม “แม่ครัวหัวป่าก์ บริเฉท ๔ + บริเฉท ๕”

หมอสูนคนดี ๑๖ (ตอนสุดท้ายจบเล่ม)


IMGหมอสูนจากไป

งานศพ

งานศพจัดขึ้น ณ วัดสัตนาถปริวัตร ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาอันโดดเด่นกลางเมือง บนเขานี้ ร.๕ ทรง

เคยสร้างวังเอาไว้อย่าง เขาวัง เพชรบุรีแต่มิได้เสด็จไปประทับ ต่อมาภายหลังจึงกลายเป็นวัดซึ่งชาวบ้านออกเสียงว่า วัดสัตตะหนาด ญาติสนิทมิตรสหายตลอดจนพระสงฆ์องคเจ้าที่เคยรู้จักหมอสูนได้มาร่วมงานศพเป็นจำนวนมาก แต่ละคนต่างล้วนแต่หยิบยกคุณงามความดีของหมอสูนขึ้นมาแสดง ทำให้ลูกหลานคายโศกเศร้าลงได้บ้างและรู้สึก ภาคภูมิใจที่หมอสูนเป็นที่รักอาลัยของทุกคน อ่านเพิ่มเติม “หมอสูนคนดี ๑๖ (ตอนสุดท้ายจบเล่ม)”

หมอสูนคนดี ๑๕


ชายไทยแต่งชุดโคบาลถ่ายรูป ภาพจากวินัย รังษีประเสริฐสิน
ชายไทยแต่งชุดโคบาลถ่ายรูป ภาพจากวินัย รังษีประเสริฐสิน

ถ่ายทอดวิชาแพทย์แผนโบราณ

ให้นิสิตจุฬาฯ และชีวิตบั้นปลาย

พบ ดร.ตั้ว

พ.ศ.๒๔๘๔ ขณะหมอสูนอายุ ๖๕ ปี ดร.ตั้ว ลพานุกรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าแผนกอิสระ

เภสัชกรรมศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ต้องการให้ผู้มีความรู้ไปบรรยายวิชาต้นไม้ยาไทย (Thai Medicinal Plants) ในแผนกนั้น ดร.ตั้วพยายามติดต่อไปยังผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน แต่ก็ไม่มีผู้ใดรับบรรยาย เพราะมีภารกิจมากด้วยกันทุกคน อาจารย์ไฉน สัมพันชารักษ์ ชาวราชบุรีจึงเสนอชื่อและผลงานของหมอสูนแพทย์แผนโบราณ ให้ ดร.ตั้วทราบ อ่านเพิ่มเติม “หมอสูนคนดี ๑๕”

ตากสินมหาราชเจ้าจอมสยาม ๑


WIN_25590102_16_28_00_Proภาคที่ ๑

ชาติกำเนิด-ปฐมวัย-ชีวิตราชการ จากแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ สู่แผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ

ลุถึงศักราช ๑๐๙๔ ปีชวด จัตวาศก (พ.ศ.๒๒๗๕)

เมื่อสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน (พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ทรงประชวรหนักลง ก็ถึงแก่ทิวงคตในเดือนยี่ข้าง

แรม พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา เกิดในปีมะแม พระชนมายุได้ ๑๘ ปีได้เสวยราชสมบัติอยู่ ๒๖ ปีเศษพระชนมายุได้๕๔ปีเศษ กระทำกาลกิริยา ทรงมีราชบุตรด้วยพระอัครมเหสี กรมหลวงประชานุรักษ์รวม 5 พระองค์คือ ๑) เจ้าฟ้า นเรนทร (ทรงผนวช) ๒) เจ้าฟ้าหญิงเทพ ๓) เจ้าฟ้าหญิงปทุม ๔) เจ้าฟ้าอภัย และ ๕) เจ้าฟ้าปรเมศร

ในระหว่างที่ทรงประชวรอยู่นั้น ได้พระราชทานราชสมบัติให้แก่ เจ้าฟ้าอภัย แต่ เจ้าฟ้าพรพระอนุชา ซึ่ง

เป็นพระมหาอุปราชนั้น ทรงเห็นว่าควรจะยกให้ เจ้าฟ้า นเรนทร จึงจะเหมาะสมกว่า เพราะมีความปรีชาสามารกมากกว่า ซึ่งเจ้าฟ้านเรนทร ในขณะนั้นเป็นภิกษุภาวะอยู่ เมื่อไม่ได้ราชสมบัติ จึงมิได้ลาผนวช อ่านเพิ่มเติม “ตากสินมหาราชเจ้าจอมสยาม ๑”

ภาพงามของความหลัง ๕


สโมสรอันเต

ระหว่างเวลาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมหาราชเสด็จพระราชดำเนินประพาส ทวีปยุโรปเป็น

ครั้งที่สอง เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการ

ระหว่างเวลาไม่เสด็จอยู่ ทุกวันตอนเย็นพระบรมวงศานุวงศ์มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเป็น ประธาน

กับทั้งข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยต่างพากันไปประชุมที่พระที่นั่งอภิเษกดุสิต เป็นการประจำ พอตกเวลาพลบค่ำผู้ที่ไม่มีหน้าที่อยู่ประจำก็แยกย้ายกันกลับ เหลือแต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จประทับประชุมสภารักษาพระนครหรือสภาเสนาบดีต่อไป จนเวลาราวสองทุ่มจึงเลิก ต่อเวลานั้นไปคงมีแต่ข้าราชสำนัก เช่น กรมวัง ตำรวจ มหาดเล็ก และชาวพระคลังข้างที่ มีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงวังประทับเป็นประธาน ประชุมสโมสรกันอยู่ จนสี่ห้าทุ่มจึงเลิก ดังนี้เสมอมา อ่านเพิ่มเติม “ภาพงามของความหลัง ๕”

ลูกท่านหลานเธอ ๖


แหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษราชสำนักฝ่ายใน สมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
แหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษราชสำนักฝ่ายใน สมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เจ้าจอมช้อย

นวนิยายหรือเรื่องจริง

ในหนังสือเรื่อง The Romance of the Harem ของนาง แอนนา เลียวโนเวนส์สตรีชาวอังกฤษที่ได้

เข้ามาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในพระราชสำนักฝ่ายใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๕ นั้นมีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตรักของผู้อยู่ภายในพระราชสำนักฝ่ายใน และผู้อยู่ภายนอกพระราชฐานหลายคน เช่น เจ้าจอมทับทิม ละออทาสพระองศ์หญิง เรืองแขสาวกัมพูชา พระองค์หญิงสุนาถวิสมิตราธิดาจ้าวราชบุตร เจ้าจอมซ่อนกลิ่น และ เจ้าจอมช้อย เรื่องราวเหล่านี้โดยมากเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดย อาศัยชื่อบุคคลและสถานที่เพื่อให้ดูสมจริงสมจัง ดังคำวิจารณ์เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ของพลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่า “…แหม่มลีโอโนเวนส์แต่งขึ้นเป็นเรื่องครึ่งจริงครึ่งนวนิยาย… เมื่อหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือครึ่งจริงครึ่งหลอก หรือเป็นนวนิยาย แต่งขึ้นโดยใช้ชื่อคนจริงๆ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงยากที่จะแยกออกได้ว่าตรงไหนจริงตรงไหนหลอก ถ้าจะอ่านก็ต้องถือว่าจริงทั้งเรื่องหรือหลอกทั้งเรื่อง สุดแล้วแต่ใจ…” อ่านเพิ่มเติม “ลูกท่านหลานเธอ ๖”

แม่ครัวหัวป่าก์


บริเฉท ๓

ต้มแกง

(ต่อในบริเฉท ๒ เล่ม ๒)

“แนะหม่อมพี่สี่มาลาบรรดาทำ ไม่เอิบอารมณ์เหมือนต้มยำดอกขาพี่ ซื้อปลาช่อนตัวใหญ่ๆ ที่ไข่มีน้ำใส่

อ่างล้างสีให้สิ้นคาว ต้มน้ำเสียก่อนให้ร้อนฉ่า แล้วเอาปลาใส่เคี่ยวให้น้ำขาว ทุบตะไคร้ม้วนใส่ทั้งท่อนยาว ข้าวสารซาวใส่ด้วยช่วยหนุนปลา น้ำพริกต้บยำทำให้ถึงที่ น้ำปลาญี่ปุ่น กะปิดีพี่เสาะหา เมื่อตักนั้นสันศีร์ษะกะพุงมา ช้อนเอาไข่ใส่หน้าให้ชูใจ กระเทียมสุกบดใส่สักสามกลีบ มะนาวบีบลงให้ดีผักชีใส่ น้ำพริกเจอน้ำปลาล่อให้จุใจ เอาช้อนโบกเข้าโฮกไรแล้วได้แรง”

เสภา คำ ครูแจ้ง

อ่านเพิ่มเติม “แม่ครัวหัวป่าก์”

หมอสูนคนดี ๑๔


วิชาช่างพม่า-ไทย และความสนุกสมัยรัฐนิยม

รูปปั้นคนพม่า ในศาลาข้างเจดีย์ชเวดากอง
รูปปั้นคนพม่า ในศาลาข้างเจดีย์ชเวดากอง

ครูพม่าปิดวิชา

เรื่องหนึ่งหมอสูนเล่าว่าคนแต่ก่อนเขาหวงวิชาหรือปิดวิชากัน สิ่งไหนที่ เป็นความรู้พิเศษทำนองเส้นผม

บังภูเขา ผู้เป็นครูอาจไม่ถ่ายทอดให้ใครง่ายๆ เพราะไม่แน่ใจว่าได้ไปแล้วจะเอาไปเชิดชูหรือเหยียบย่ำ ต้องเป็นศิษย์รักหรือคน ที่เห็นเหมาะสมจริงๆ จึงจะได้วิชา และด้วยแนวคิดเช่นนี้ ช่างบางคนเมื่อแกะ สลักบานประตูอย่างพิสดารแล้วจึงเอาเครื่องมือโยนทิ้งน้ำเสีย

นี้ก็เหมือนกัน สมัยรัชกาลที่ ๔ ในโรงช่างของกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ มีครูพม่าคนหนึ่งมาสอนปั้น ครูพม่าคนนี้เวลาทำตารูปปั้น แกจะไม่เปิด ให้ใครเข้าไปดูกรรมวิธีของแกเลย อ่านเพิ่มเติม “หมอสูนคนดี ๑๔”

ตากสินมหาราชเจ้าจอมสยาม


WIN_25590102_16_28_00_Pro

นำเรื่อง

นับแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีเป็นต้นมาจนถึงตลอดยุคสมัยแห่งกรุงศรีอยุธยาไทยเราได้มีสัมพันธไมตรีกับราชสำนักจีนมาโดยตลอด

….ลำดับความจำเดิม นับแต่กรุงสุโขทัยเป็นรายธานีเป็นต้นมา จนถึงตลอดยุคสมัยแห่งกรุงศรีอยุธยา ไทยเราได้มีสัมพันธไมตรีกับราชลำนักจีนมาโดย ลอด ด้วยการส่งราชทูตไปมาต่อกันอย่างสืบเนื่อง ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น ได้มีราชทูตจากกรุงสุโขทัยไปเยือนราชสำนักจีน รวม ๑๒ ครั้ง และรายทูตจีนได้มาเยือนกรุงสุโขทัย ๓ ครั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ. ๑๘๓๗ พระเจ้ารามคำแหง (จีนเรียกว่า พระเจ้ากัมรแดงอัญศรีรามราช) กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ก็ได้เสด็จเยือนราชสำนักจีน และได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิจีนอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม “ตากสินมหาราชเจ้าจอมสยาม”

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

ขึ้น ↑

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น